ตอบครบเรื่องรากฟันเทียม ราคาเท่าไหร่ คุ้มไหม อยู่ได้กี่ปี ?

Key Takeaways :

รากฟันเทียม คือนวัตกรรมการทดแทนฟันแท้ที่สูญเสียไป ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นการใช้วัสดุที่ทำจากไทเทเนียม หรือโลหะผสมไทเทเนียม ฝังลงในกระดูกขากรรไกร ช่วยให้เคี้ยวอาหารได้ดี ซึ่งการทำรากฟันเทียมจะมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 35,000 - 80,000 บาทต่อซี่ ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับยี่ห้อ วัสดุครอบฟัน รวมถึงความซับซ้อนของคนไข้ ซึ่งหากดูแลรักษาความสะอาดอย่างถูกวิธี รากฟันเทียมจะสามารถอยู่ได้ยาวนาน (ทั้งนี้ผลการรักษาจะขึ้นอยู่กับการดูแลช่องปากของแต่ละบุคคล)

การสูญเสียฟันแท้ไป ไม่ว่าจะจากอุบัติเหตุ ฟันผุรุนแรง หรือโรคปริทันต์ ซึ่งเป็นภาวะการอักเสบและติดเชื้อของอวัยวะที่อยู่รอบตัวฟัน ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ความยากลำบากในการบดเคี้ยวอาหารเท่านั้น แต่ในระยะยาวยังส่งผลต่อความมั่นใจในรอยยิ้มและอาจทำให้โครงสร้างใบหน้าเปลี่ยนรูปอีกด้วย ทำให้หลายคนเริ่มมองหาทางออกอย่างการทำรากฟันเทียมเพื่อสร้างผลลัพธ์ในระยะยาว

สำหรับใครที่กำลังศึกษาข้อมูลถึงเรื่องนี้อยู่ อาจเจอกับข้อสงสัยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำรากฟันเทียมมีราคาเท่าไหร่ สามารถทำในราคาหลักพันได้จริงหรือไม่ และหากทำแล้วจะอยู่ได้กี่ปี ? บทความนี้ได้รวบรวมทุกเรื่องควรรู้มาแนะนำ เพื่อช่วยให้สามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ทันตแพทย์กำลังอธิบายว่ารากฟันเทียม คืออะไร ?

รากฟันเทียม คืออะไร ทำไมถึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ ?

รากฟันเทียม คือนวัตกรรมการทดแทนฟันที่สูญเสียไป โดยส่วนใหญ่จะเป็นการใช้วัสดุที่ทำจากไทเทเนียม หรือโลหะผสมไทเทเนียม ซึ่งเป็นวัสดุที่มีความเข้ากันได้ทางชีวภาพกับร่างกายและสามารถเกิดกระบวนการยึดประสานกับกระดูก (Osseointegration) ได้ เพื่อรองรับส่วนครอบฟัน หรือฟันเทียมด้านบน โดยทำหน้าที่เลียนแบบรากฟันธรรมชาติ หลังจากที่รากฟันเทียมยึดติดกับกระดูกอย่างแน่นหนาแล้ว ทันตแพทย์จะทำการใส่เดือยรองรับครอบฟันและใส่ครอบฟันไว้ด้านบน ทำให้ได้ฟันที่ดูเป็นธรรมชาติ แข็งแรง ช่วยฟื้นฟูการบดเคี้ยวและให้ความรู้สึกในการใช้งานใกล้เคียงฟันธรรมชาติ เมื่อเทียบกับฟันปลอมแบบถอดได้หรือสะพานฟัน โดยมีข้อดี ดังนี้

  • ช่วยลดการสูญเสียกระดูกบริเวณที่สูญเสียฟัน : รากฟันเทียมสามารถช่วยส่งผ่านแรงบดเคี้ยวไปยังกระดูกขากรรไกร และช่วยลดการสูญเสียกระดูกบริเวณดังกล่าวได้ เมื่อเทียบกับการไม่ได้รับการทดแทนรากฟัน ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพกระดูกและปัจจัยเฉพาะบุคคล
  • ไม่ต้องกรอฟันซี่ข้างเคียง : ต่างจากการทำสะพานฟันที่ต้องยอมกรอเนื้อฟันของฟันซี่ข้างเคียง เพื่อเป็นหลักยึด
  • สะดวกสบายและสร้างความมั่นใจ : ไม่ต้องกังวลเรื่องฟันปลอมหลุดระหว่างพูดคุย หรือรับประทานอาหาร

ใครบ้างที่เหมาะและไม่เหมาะกับการทำรากฟันเทียม ?

แม้รากฟันเทียมจะเป็นทางเลือกที่ดีในการทดแทนฟันแท้ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถเข้ารับการผ่าตัดฝังรากเทียมได้ทันที การประเมินความพร้อมของร่างกายและสภาพช่องปากจึงเป็นขั้นตอนสำคัญอย่างยิ่ง

ผู้ที่เหมาะกับการทำรากฟันเทียม

  • ผู้ที่สูญเสียฟันแท้ตั้งแต่ 1 ซี่ขึ้นไป หรือสูญเสียฟันทั้งปาก
  • มีปริมาณและคุณภาพกระดูกขากรรไกรหนาแน่นเพียงพอ หรือสามารถเข้ารับการปลูกกระดูกได้
  • มีสุขภาพช่องปากที่ดี สามารถดูแลทำความสะอาดฟันและเหงือกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อจำกัดและภาวะที่ต้องควบคุมก่อนทำรากฟันเทียม

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกระบวนการหายของแผลและการยึดติดของกระดูก
  • ผู้ที่มีประวัติโรคปริทันต์อักเสบและยังไม่ได้รับการรักษา เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียจากโรคเหงือกเดิมอาจเข้ามารบกวนและทำให้เกิดการติดเชื้อรอบรากเทียมได้ง่าย
  • การสูบบุหรี่จัด เพราะสารนิโคตินจะส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณแผลผ่าตัดลดลง เพิ่มอัตราการล้มเหลวของการฝังรากเทียม
  • ความสะอาดในช่องปากไม่ดี การปล่อยให้มีคราบจุลินทรีย์สะสมเป็นสาเหตุหลักของการอักเสบ
  • การใช้ยาบางประเภท เช่น ยาในกลุ่ม Bisphosphonates หรือยารักษาภาวะกระดูกพรุนบางชนิด ซึ่งมีผลต่อการสร้างและการฟื้นตัวของกระดูกขากรรไกร
  • ข้อจำกัดเรื่องปริมาณกระดูก ในเคสที่มีกระดูกบาง หรือสูญเสียกระดูกมาก อาจจำเป็นต้องผ่านการทำหัตถการปลูกกระดูก หรือยกไซนัสก่อนฝังรากเทียม

รากฟันเทียม ราคาเท่าไหร่ ?

โดยทั่วไป ราคาของรากฟันเทียมในประเทศไทยจะอยู่ประมาณ 35,000 – 80,000 บาทต่อซี่ ซึ่งสาเหตุที่ช่วงราคามีความห่างกันค่อนข้างมากนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก ดังต่อไปนี้

ยี่ห้อและประเทศผู้ผลิต

รากฟันเทียมแต่ละแบรนด์ที่มีประวัติการใช้งานและงานวิจัยรองรับที่แตกต่างกัน อีกทั้งในแต่ละยี่ห้อยังมีข้อมูลการศึกษา ระยะเวลาการใช้งานทางคลินิก รูปแบบพื้นผิว ไปจนถึงระบบ Prosthetic แตกต่างกัน ทันตแพทย์ควรเลือกตามหลักฐานทางคลินิกและความเหมาะสมของแต่ละเคส

วัสดุครอบฟัน

วัสดุที่ใช้ทำครอบฟันบนรากฟันเทียมมีหลายประเภท เช่น Zirconia, Glass Ceramic และ Metal-Ceramic ซึ่งแต่ละชนิดมีคุณสมบัติด้านความแข็งแรง ความสวยงาม การส่งผ่านแสง รวมถึงข้อบ่งใช้ การเลือกวัสดุจึงควรพิจารณาร่วมกับตำแหน่งฟัน แรงบดเคี้ยว พื้นที่สำหรับวัสดุ การสบฟัน ไปจนถึงความต้องการด้านความสวยงาม ซึ่งจะทำให้งบประมาณโดยรวมแตกต่างกันไป

ความซับซ้อนของสภาพช่องปากและกระดูกขากรรไกร

ในเคสที่คนไข้ปล่อยให้สูญเสียฟันแท้ไปเป็นเวลานาน กระดูกขากรรไกรมักจะละลายตัวและบางเกินกว่าจะฝังรากเทียมได้ ทันตแพทย์จำเป็นต้องทำหัตถการ “ปลูกกระดูก” (Bone Graft) เพิ่มเติม หรือในบางเคสอาจต้องยกไซนัส ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้จะมีค่าใช้จ่ายของวัสดุกระดูกเทียมและค่าบริการเพิ่มขึ้นจากค่ารากฟันเทียมปกติ

ประสบการณ์ของทันตแพทย์

การทำรากฟันเทียมจัดเป็นศัลยกรรมช่องปากชนิดหนึ่ง การไปรักษากับทันตแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านรากฟันเทียมโดยตรง จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง ซึ่งมักรวมอยู่ในค่าบริการของคลินิกที่ได้มาตรฐาน

รากฟันเทียมราคาหลักพัน มีจริงไหม ?

หลายคนอาจเห็นโฆษณารากฟันเทียมราคาหลักพัน จนเกิดคำถามว่าสามารถทำได้จริงหรือและจะปลอดภัยหรือไม่ ? ซึ่งต้องอธิบายตามจริงว่า รากฟันเทียมที่รวมค่าอุปกรณ์และค่าผ่าตัด มักจะเริ่มต้นที่หลักหมื่นบาทขึ้นไปต่อซี่เสมอ เนื่องจากตัววัสดุไทเทเนียมและเทคโนโลยีที่ใช้มีต้นทุนที่สูงตามมาตรฐานการแพทย์ แต่ราคาหลักพันที่หลายคลินิกนำมาใช้ในการโฆษณานั้น มักจะเป็นยอดผ่อนชำระต่อเดือนผ่านบัตรเครดิต หรือโปรแกรมแบ่งจ่ายตามงวดการรักษาของทางคลินิก เช่น ผ่อนชำระเดือนละ 3,000 - 5,000 บาท เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ทำให้คนไข้ไม่ต้องควักเงินก้อนใหญ่ในคราวเดียว ดังนั้น ก่อนตัดสินใจควรสอบถามเงื่อนไขและราคารวมทั้งหมดให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหางบบานปลายในภายหลัง

แพทย์ใช้เทคโนโลยีการสแกน 3 มิติในการออกแบบรากฟันเทียมและพิจารณาราคา

รากฟันเทียมอยู่ได้กี่ปี คุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ ?

หากได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี รากฟันเทียมอาจสามารถอยู่ได้นานหลายสิบปี ซึ่งอายุการใช้งานจะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับการดูแลสุขภาพช่องปากและการเข้าพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ โดยในส่วนของครอบฟัน หรือส่วนประกอบของรากฟันเทียมอาจจำเป็นต้องซ่อม หรือเปลี่ยนระหว่างการใช้งาน อย่างไรก็ตาม ความทนทานและการมีอายุการใช้งานที่ยาวนานนั้น จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • ความชำนาญของทันตแพทย์ : การวางแผนการรักษาและการคำนวณตำแหน่ง องศา ในการฝังรากเทียมอย่างแม่นยำ เพื่อให้รับแรงบดเคี้ยวได้อย่างสมดุล
  • คุณภาพของวัสดุที่เลือกใช้ : โดยแนะนำให้เลือกใช้แบรนด์รากฟันเทียมที่ได้มาตรฐานสากลและวัสดุครอบฟันที่แข็งแรง
  • การดูแลรักษาความสะอาดของคนไข้ : แม้ว่ารากฟันเทียมจะไม่มีทางผุเหมือนฟันธรรมชาติ แต่หากคนไข้ทำความสะอาดไม่ดี ปล่อยให้มีคราบพลัคและหินปูนสะสม ก็สามารถทำให้เยื่อบุรอบรากฟันเทียมอักเสบได้ และหากมีการสูญเสียกระดูกร่วมด้วยจะเรียกว่า Peri-Implantitis ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นทำให้กระดูกรอบรากเทียมละลายและทำให้รากฟันเทียมโยกจนต้องถอดออกได้

เมื่อเทียบราคากับระยะเวลาการใช้งาน รากฟันเทียมจึงถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าฟันปลอมชนิดอื่นที่ต้องเปลี่ยนใหม่ทุก 5-10 ปี

การทำรากฟันเทียมไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของราคา แต่คือการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิต การเคี้ยวอาหารที่อร่อยขึ้น รวมถึงรอยยิ้มที่มั่นใจ การเข้ารับการรักษาจากศูนย์ทันตกรรมสักแห่ง จะต้องมั่นใจว่ามีทีมทันตแพทย์ผู้มีประสบการณ์คอยดูแลอย่างใส่ใจ หากคุณกำลังมองหาคลินิกรากฟันเทียมที่น่าเชื่อถือ SmileBox Dental Clinic พร้อมให้บริการ ทั้งการฝังรากเทียม การยกไซนัส ไปจนถึงการปลูกกระดูก เพื่อสุขภาพของช่องปาก

นัดปรึกษาการทำรากฟันเทียมกับ SmileBox Dental Clinic


หากต้องการนัดหมายเพื่อปรึกษาคุณหมอ สามารถแนบรูปภาพฟันที่ชัดเจนมาล่วงหน้า เพื่อให้ทีมที่ปรึกษาทางทันตกรรมของเราประเมินเบื้องต้นและติดต่อกลับหาโดยเร็วที่สุด ผ่านช่องทางต่อไปนี้

เบอร์โทรศัพท์ : (+66)2-402-9542
WhatsApp : (+66)63-352-3691
อีเมล : [email protected]

ปรึกษาการทำรากฟันเทียมออนไลน์กับ SmileBox Dental Clinic

ข้อมูลอ้างอิง

  • เจาะลึก รากฟันเทียม (Dental Implant): นวัตกรรมทดแทนฟันแท้ที่ใกล้เคียงธรรมชาติ. สืบค้นเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569. จาก https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/dental-implant

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรากฟันเทียม (FAQs)

ในระหว่างการผ่าตัด ทันตแพทย์จะทำการฉีดยาชาเฉพาะจุดเพื่อควบคุมความเจ็บปวดระหว่างการผ่าตัด ซึ่งผู้ป่วยอาจยังรับรู้ถึงแรงกด หรือแรงสั่นสะเทือนได้ โดยทั่วไปการฝังรากเทียมต่อ 1 ซี่ จะใช้เวลาประมาณ 30 - 60 นาที แต่ระยะเวลาจริงแตกต่างกันตามตำแหน่งและความซับซ้อนของการรักษา และหลังทำอาจมีอาการระบม หรือบวมเล็กน้อย ซึ่งสามารถทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการได้

สำหรับข้าราชการ การทำรากฟันเทียมตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์สามารถเบิกจ่ายตรงได้เฉพาะค่าใช้จ่ายของตัวรากฟันเทียม ตามโครงสร้างราคาที่กรมบัญชีกลางกำหนดในโรงพยาบาลรัฐ แต่สำหรับค่าหัตถการอื่น ๆ เช่น การครอบฟัน หรือการปลูกกระดูก อาจมีส่วนต่างที่คนไข้ต้องสำรองจ่ายเอง ควรตรวจสอบสิทธิ์กับทางโรงพยาบาลรัฐก่อนเข้ารับการรักษา

ผู้ประกันตนสามารถใช้สิทธิ์ประกันสังคมเบิกค่าทำรากฟันเทียมได้ในบางกรณีเท่านั้น โดยเงื่อนไขสำคัญคือ ต้องเป็นการทำรากฟันเทียมเพื่อรองรับฟันปลอมทั้งปากและต้องได้รับการวินิจฉัยจากทันตแพทย์ว่าไม่สามารถใส่ฟันปลอมแบบถอดได้แล้วเท่านั้น ถึงจะเข้าเกณฑ์การใช้สิทธิ์ ซึ่งจะสามารถเบิกค่าทำรากฟันเทียมได้สูงสุดไม่เกิน 17,500 บาท โดยใช้ได้ 1 ครั้งต่อ 5 ปี พร้อมชุดรากฟันเทียม 3,300 บาท รวมถึงมีสิทธิค่าติดตามผลการรักษาด้วย โดยต้องเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลที่ร่วมโครงการ

ช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด แผลจะเริ่มสมานตัวได้ดีและสามารถเคี้ยวอาหารอ่อนได้ แต่การจะกลับมาเคี้ยวอาหารได้เต็มที่และใช้งานได้เหมือนฟันธรรมชาติ จะต้องรอให้รากเทียมไทเทเนียมยึดติดกับกระดูกขากรรไกรอย่างสมบูรณ์ และใส่ครอบฟันตัวจริงเสร็จเรียบร้อยก่อน ซึ่งจะใช้เวลาโดยรวมประมาณ 3 - 9 เดือน อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาขึ้นอยู่กับตำแหน่ง คุณภาพกระดูก ความมั่นคงของรากเทียม ไปจนถึงรูปแบบการ Loading ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เลือกเริ่มใส่ฟันเพื่อรับแรงบดเคี้ยว เช่น การใส่ฟันทันที หรือการรอให้กระดูกยึดแน่นก่อน ที่ทันตแพทย์เลือกใช้ให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละราย