banner-08

ฟันเทียมแบบถอดได้ (Denture)

ฟันเทียมคืออะไร?

เป็นการรักษาเพื่อทำชิ้นงานสำหรับใส่ในช่องปาก เพื่อทดแทนซี่ฟันที่หายไป หรือถอนไปด้วยสาเหตุต่างๆ โดยฟันเทียมชิ้นหนึ่ง จะสามารถทดแทนฟันได้หลายซี่ในขากรรไกรเดียวกัน(บน/ล่าง) และสามารถถอดเข้าถอดออกจากช่องปากได้

Treatments-D.Denture-18022021 (1)-01
ฟันเทียมแบบถอดได้ มีกี่ประเภท?

ฟันเทียมสามารถแบ่งประเภทหลักๆ ได้ 4 ประเภท ดังนี้
1. ฟันเทียมทั้งปาก (Complete Denture) : เป็นฟันเทียมที่ใช้ทดแทนฟันทั้งหมด สำหรับผู้ที่สูญเสียฟันทุกซี่ในขากรรไกรบน หรือล่าง เพื่อช่วยให้การบดเคี้ยวมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงช่วยในเรื่องการออกเสียง และความอูมนูนของใบหน้า
2. Overdenture : เป็นฟันปลอมชนิดที่ต้องการการยึดเกาะ ซึ่งอาจจะเป็นที่รากฟันที่ได้รับการรักษาแล้ว หรือ รากฟันเทียมที่ได้ทำการฝังเอาไว้ล่วงหน้า เพื่อเพิ่มความสามารถในการยึดติดของฟันเทียม
3. ฟันเทียมแบบทำทันที (Immediate denture) : เป็นฟันเทียมชนิดที่ทำขึ้นมาก่อนการถอนฟัน เพื่อที่ภายหลังการถอนจะได้มีฟันเทียมทดแทนฟันซี่นั้นๆได้ในทันที แต่ในภายหลังการถอนฟัน กระดูกเบ้าฟันจะละลาย และหดตัวเตี้ยลง ทำให้ฟันเทียมหลวมมากขึ้น จึงมักจะต้องกลับมาทำการแก้ไข
4. ฟันเทียมบางส่วน (Partial denture) : เป็นเครื่องมือแบบถอดได้ที่สามารถทดแทนฟันหลายซี่ที่สูญเสียไปได้ ยึดเกาะฟัน หรือครอบฟันด้วยตะขอเกี่ยว โดยตัวฐานอาจทำจากโลหะ(ซึ่งจะให้ความแข็งแรงมากกว่า แต่ว่าการซ่อมแซมเป็นไปได้ยาก หากมีการถอนฟันเพิ่มเติม อาจจำเป็นต้องทำฟันเทียมชิ้นใหม่) หรือชนิดฐานพลาสติก (ซึ่งในด้านความแข็งแรงอาจไม่เท่าชนิดฐานโลหะ แต่ว่าการซ่อมแซมฟันเทียมทำได้ง่าย เช่น ฟันเทียมหลวม มีฟันที่ถูกถอนเพิ่มเติมก็สามารถเติมฟันได้)

Treatments-D.Denture-18022021 (1)-02
ข้อดี และข้อเสียของฟันเทียมชนิดถอดได้มีอะไรบ้าง?

ข้อดี :
– สามารถถอด-ใส่ และนำมาทำความสะอาดได้สะดวก
– มีความทนทาน หากดูแลได้ดีสามารถใช้งานได้ 5-10 ปี
– สามารถช่วยแก้ไขปัญหาการพูดออกเสียง การเคี้ยวอาหารได้
– ฟันเทียมถอดได้บางชนิด เช่นที่ฐานทำจากพลาสติก สามารถซ่อมแซม และเติมฟันเพิ่ม ในกรณีที่มีการถอนฟันเพิ่มเติมหลังจากทำฟันเทียมไปแล้ว
ข้อเสีย :
– อาจต้องใช้เวลาในการปรับตัวให้เข้ากับฟันเทียม โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ไม่เคยใส่ฟันเทียมมาก่อน อาจมีอาการเช่น น้ำลายออกมาก พูดไม่ชัด เป็นต้น
– อาจระคายเคืองในช่องปาก ในช่วงที่กำลังปรับตัวใช้ฟันเทียม หรือทำให้สุขอนามัยในช่องปากแย่ลง หากใช้งานไม่ถูกต้อง เช่น การไม่ถอดฟันเทียมออกมาทำความสะอาดเลย หรือ การใส่ฟันเทียมตลอดเวลา
– การรับรู้รสชาติ อาจเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในผู้ที่ใส่ฟันเทียมบน เนื่องจากชิ้นงานมีความจำเป็นต้องพาดผ่านและปกคลุมส่วนเพดานปาก
– โดยทั่วไปภายหลังการสูญเสียฟัน กระดูกขากรรไกรจะมีการละลายตัวไปเรื่อยๆ ดังนั้นภายหลังการใส่ฟันเทียมไปนานๆ อาจพบปัญหาเช่น ฟันเทียมหลวม จึงต้องมารับการแก้ไขต่อไป

Treatments-D.Denture-18022021 (1)-03
ฟันเทียมทำนานหรือไม่?

จำนวนขั้นตอนในการทำฟันเทียมจะมีความแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละคน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น จำนวนฟันที่สูญเสียไป สภาพสันเหงือกไร้ฟัน ทั้งนี้ทันตแพทย์จะเป็นผู้ประเมินในการให้การรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยเป็นรายๆไป แต่โดยเบื้องต้น ผู้ป่วยจะต้องเข้ารับการรักษาขั้นต่ำอย่างน้อย 2 ครั้ง โดยจำเป็นจะต้องมีการพิมพ์ปากเพื่อทำแบบจำลองช่องปากและส่งไปทำชิ้นงานในห้องปฏิบัติการ จากนั้นเมื่อได้ชิ้นงาน ก่อนมอบให้คนไข้จำเป็นต้องมีการลองใส่ในช่องปาก ซึ่งในขั้นนี้อาจมีการปรับแก้ไขบางอย่าง เพื่อให้คนไข้สามารถนำกลับไปใช้งานได้ดีที่สุด รวมถึงอาจมีการนัดมาติดตามอาการหลังใส่ เพื่อทำการปรับแก้ไขฟันเทียม

แต่ในกรณีที่มีการสูญเสียฟันไปจำนวนมากอาจมีขั้นตอนอื่นๆเพิ่มเติมขึ้นได้ เช่น การพิมพ์ปากเก็บรายละเอียดเพิ่มเติมของสันเหงือก การวัดความสูงฟัน การลองสีฟัน เป็นต้น

หากฟันเทียมมีปัญหาต้องทำอย่างไร?

โดยทั่วไปหลังจากที่ถอนฟันไปแล้ว กระดูกเบ้าฟันจะมีการเปลี่ยนแปลง ละลายตัวไปเรื่อยๆ ดังนั้นการใส่ฟันเทียมไปสักพักแล้วเกิดการหลวมจึงเป็นสิ่งที่สามารถพบได้บ่อย ดังนั้นถ้าหากฟันเทียมมีปัญหาดังกล่าว ผู้ป่วยควรไปพบทันตแพทย์เพื่อทำตรวจประเมินสุขภาพช่องปาก และฟันเทียม จากนั้นแก้ไขปัญหาโดยด่วน โดยไม่ควรทำการแก้ไขฟันเทียมด้วยตนเอง เช่นเดียวกันในกรณีปัญหาอื่นๆ อย่างเช่น การใส่ฟันเทียมแล้วเจ็บ ฟันเทียมแตก หัก บิ่น มีรอยร้าว เป็นต้น

เพิ่มเพื่อน

สนใจทำนัด ปรึกษาฟรี